คำถาม
posted on 02 Mar 2009 20:44 by songsinวันนี้มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรมาหาผม
เสียงในสายขอปรึกษาเรื่องงานเขียนงานวาดและการทำหนังสือ จริงๆแล้วในขณะนั้นผมค่อนข้างยุ่งแต่ก็ไม่ปฎิเสธที่จะตอบคำถามต่างๆเท่าที่ทำได้ แล้วการพูดคุยของคุณ ก. (นามสมมุติ)ก็เริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า
"เราอยากสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองบ้าง"
ผมสะดุดเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าผมจะตอบคำถามที่จะตามมาได้หรือไม่ แต่ก็ฟังต่อไป และพบว่าคุณ ก. ต้องการจะทำหนังสืออะไรสักอย่างที่มีภาพ อาจจะเป็นหนังสือภาพ นิยายภาพ การ์ตูนมังงะ เรื่องของเรื่องคือยังไม่ได้เริ่มทำ แต่คุณ ก.อยากจะรู้ว่างานวาดๆเขียนๆเช่นที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้มีรายได้เป็นอย่างไร ถ้าอยากทำบ้าง ควรจะทำแบบไหนดี -แบบไหนที่จะเวิร์ค แบบไหนที่จะขายได้ มีวี่แววที่จะโกอินเตอร์ไหม ประเทศไหนบ้าง
คุณ ก.ยังบอกต่อไปอีกว่า ถ้าจะต้องลงมาคลุกกับงานแบบนี้ซักสองปี ก็อยากจะรู้ว่ารายได้มันเป็นอย่างไร
ผมตอบอย่างที่คิด ว่าผมมาทำงานอย่างทุกวันนี้ด้วยความบังเอิญกับการวาดและเขียนไปตามอย่างที่อยากเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งความบังเอิญเหล่านั้นก็เกิดจากการที่ผมวาดรูปทุกวันอย่างที่ชอบ ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่างานแบบไหนจะขายดี แต่แนะนำว่าทำอย่างที่ชอบแล้วลองนำไปเสนอที่ต่างๆดูอาจจะดีกว่าเอาการตลาดมาเป็นตัวตั้ง หากขายไม่ดีนัก ก็ยังมีความสุขกับการได้ทำอย่างที่พึงใจ หากประสบความสำเร็จ ก็ยิ่งน่ายินดี ที่มีผู้คนชอบในสิ่งที่เรารักที่จะทำ
แต่หากทำโดยเอาการตลาดเป็นตัวตั้งแล้วเกิดขายไม่ออกก็จะยิ่งเฟลไปกันใหญ่ หรือถ้าประสบความสำเร็จไปโดยไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น แต่ต้องอยู่กับมันเพราะต้องการเงิน ก็เหมือนการแต่งงานกับคนที่คุณไม่มีหัวใจให้
ดูเหมือนคุณ ก. จะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของผมนัก คุณ ก.จึงกล่าวสิ่งต่างๆดังนี้
"เราก็เข้าใจล่ะนะว่านายจะติสท์ๆหน่อย"
"แหม...พ่อคนโชคดี"
หรือ
"ไม่ได้ว่านะ แต่ฟังแล้วเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือเลย(แมกกาซีนที่ผมเขียนหรือให้สัมภาษณ์)"
คุณ ก. ยังถามอีกว่าหนังสือแต่ละเล่มของผมใช้เวลาเขียนประมาณเท่าไหร่ ผมตอบว่าหกเดือนถึงหนึ่งปี คุณ ก. อุทานแสดงความตกใจในเวลาที่ผมใช้ แต่ผมก็ยืนยันว่าผมใช้เวลาเท่านั้นจริงๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร ทั้งคิด ทั้งเขียน ทั้งวาด ออกแบบรูปเล่มดีไซน์ทุกอย่างเอง แค่นั้นผมก็ว่าเร็วแล้ว และระหว่างที่ทำผมก็มีความสุข
ได้เห็นต้นไม้ที่เราปลูกค่อยๆเติบโต เมื่อยล้าจากการหมั่นรดน้ำพรวนดินบ้างจะเป็นไรไป
และในที่สุดหลังจากที่อ้อมแอ้มอยู่นานสองนาน แต่ยังไม่ได้คำตอบที่พึงใจเสียที คุณ ก. ก็ยิงคำถามที่ผมเชื่อว่าเป็นใจความสำคัญของทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณ ก. กดโทรศัพท์มาหาผม นั่นคือรายได้จากการเขียนหนังสือนั้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่อย่างไร ผมตอบตามสมควรแต่รู้สึกเมื่อยสมองพิกล ผมอาจจะติสท์เกินไปจริงๆก็ได้จึงไม่ค่อยถนัดตอบอะไรแบบนี้
และไม่นานนักหลังจากนั้นผมก็วางหู เพื่อไปอ่านบางส่วนของนิยายเล่มใหม่ล่าสุดที่ผมกำลังเขียนให้แม่ฟัง
เหมือนที่ทำทุกครั้งเวลาเขียนหนังสือเล่มใหม่ .

ฮี่..
(อาจจะไม่หลายคน แต่เท่าที่รู้ พี่มุยคนนึงที่โดน)
ถ้าคำถามไม่ทำให้สบายใจ ทิ้งไปเอะครับ
ผมรออ่านหนังสืออยุ่นะครับ^ ^
#1 By [veho on 2009-03-02 22:41