วันก่อนไปนั่งคุยกับพี่ก้องทรงกลด และพี่เอ๋นิ้วกลม ที่อะเด ตั้งแต่เย็นย่ำไปจนถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว

คุยไปก็วาดรูปไปบนซองเอกสารใกล้มือ จนได้มาซึ่งรูปข้างบน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกันเลย!! ฮะฮะฮะ

จริงๆแล้ว เรื่องของเรื่องก็คือ เราคิดจะชวนคนอ่านไปเที่ยวววววว

(อ้อ ไปทำความดีด้วย แหม ... ลืมเรื่อยเลยเรื่องความดี ...)

ไอเดียนี้ พี่ก้องทรงกลด เป็นผู้ริเริ่มครับ และเมื่อสรุปออกมาแล้ว พบว่ารายละเอียดทรปปนี้นั้นอลังการยิ่ง จึงขอเชิญทัศนาครับ  บางส่วนนำมาจากเว็บไซต์ “เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา” ของพี่ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน www.lonelytrees.net เข้าไปเยี่ยมชมกันแบบเต็มๆ ได้ที่นั่นนะครับ มีรูปที่พักให้ดูด้วยล่ะ  อู้วววว โรแมนติกมาก ไม่ควรพลาด

(เอนทรี่นี้ควรอ่านจนจบ มิฉะนั้นจะไม่เก็ทถึงสิ่งที่ต้องการสื่อนะ ฮ่า)

สำหรับผู้อ่านที่ตามติดกันมานานกว่า 2 ปี คงทราบดีว่า ทรงกลด นิ้วกลม และทรงศีล มีประเพณีปฏิบัติน่ารักน่าชังอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การจัดงาน ‘เปิดตัวผู้อ่าน’ ซึ่งผ่านมาแล้ว 2 ครั้ง ที่มาที่ไปของงานนี้ก็คือ พวกเราชาวนักเขียนมักมีโอกาสขึ้นเวทีเนื่องในวาระเปิดตัวหนังสืออยู่บ่อยๆ แขกเหรื่อที่มาในงาน ก็มักจะเป็นสื่อมวลชน และผู้คนที่บังเอิญผ่านไปมา เราเลยคิดกันว่า น่าจะดี ถ้าเรามีงานเล็กๆ ที่ชวนผู้อ่านของเรา มาพูดคุยถึงหนังสือเล่มใหม่ให้ได้รับทราบก่อนใครๆน่าจะเร้าใจกว่ามาก

และอีกเหตุผลก็คือ เราอยากเห็นหน้าค่าตาและทำความรู้จักผู้อ่านของเราบ้าง นั่นเลยเป็นที่มาของงาน ‘เปิดตัวผู้อ่าน’ ครับ

สองหนแรกนั้นเราจัดกันในห้องหับเล็กๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร แต่คราวนี้เราเราคิดการใหญ่ไปกว่านั้น นั่นก็คือเราจะชวนผู้อ่าน ‘รุ่นสาม’ ของเราเดินทางไกลไปถึงเชียงใหม่

ที่มาที่ไปก็คือ ในยุคที่ใครๆ ต่างร่วมใจกันเยียวยาโลก สามนักเขียนตาดำๆ ก็อยากลงมือทำอะไรบ้าง สิ่งเล็กๆ ที่เราพอจะทำได้ก็คือ ชวนผู้อ่านของเราไปปลูกป่าเพื่อชำระบาปจากการโค่นต้นไม้มาทำหนังสือ

พอเหมาะพอเจาะกับที่ได้เจอพี่นิคม พุทธา นักปลูกป่ามือดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย พี่เขามีโครงการปลูกป่าอยู่ที่แถวๆ ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่พอดี และเขาก็ยินดีมากๆ หากเราจะไปช่วย และที่บังเอิญไปกว่านั้นก็คือ สำนักงานโครงการปลูกป่าของพี่นิคมนั้นใช้รั้วเดียวกับโรงละครมะขามป้อม สาขาเชียงดาว

เมื่อตอนงานเปิดตัวผู้อ่านรอบสอง เราก็ใช้สถานที่ของโรงละครมะขามป้อมสาขาสะพานควาย ตอนนั้นทีมงานโปรยคำชวนไว้ว่า
อยากให้เราไปเยี่ยมโรงละครที่เชียงดาวซึ่งเขาเอากิจกรรมละครเข้าไปพัฒนาเด็กๆ ที่สำคัญ ร่ำลือกันมาหนาหูเหลือเกินว่า บรรยากาศของโรงละครมะขามป้อมที่นี่สวยสะเด็ด เราก็เลยไม่ลังเลที่จะเลือกที่นี่

ยิ่งพอได้ไปสำรวจพื้นที่มายิ่งมั่นใจครับ เพราะมันโคตรสวยเลย

เราตั้งใจว่าทริปนี้จะเป็นทริปสบายๆ มีโปรแกรมจางๆ ไม่ให้เหงาจนเกินไป ขืนมีโปรแกรมละเอียดยิบแบบนาทีต่อนาทีจะดูเป็นกรุ๊ปทัวร์ซะเปล่าๆ

สำหรับชาวกรุงเทพฯ เราตั้งใจว่าจะเดินทางร่วมกันโดยรถไฟชั้น 3 ครับ ออกจากหัวลำโพงเวลา 19.20 ของวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. 51 แต่ถ้าใครไม่สะดวก อยากเดินทางด้วยวิธีอื่น ก็ไปเจอกันที่เชียงใหม่เลยก็ได้ รถไฟของเราจะถึงเชียงใหม่ในเวลา 07.40
จากนั้นก็นั่งสองแถวต่อไปยังโรงละครมะขามป้อม ที่อ.เชียงดาว และเราจะนั่งรถไฟกลับจากเชียงใหม่เย็นๆ วันจันทร์ที่ 5 พ.ค. 51 กลับมาถึงกรุงเทพฯ ภายใน 7 โมงเช้าของวันที่ 6 พ.ค.

เพื่อความตื่นเต้นของชีวิต ขออนุญาตไม่เล่าโปรแกรมโดยละเอียดนะครับ เอาเป็นว่า 3 วันในเชียงใหม่ เราจะได้เจอประมาณนี้แหละครับ

กิจกรรมหลักที่เราจะทำ
• เราจะปลูกป่ากัน
• แต่ลืมภาพการปลูกป่าที่เราคุ้นชินไปได้เลย เพราะเราจะปลูกเฉพาะกล้วยป่า จำนวน 1,000 ต้น
• เหตุผลก็คือ กล้วยป่าเป็นไม้เบิกนำ ที่ช่วยปรับพื้นที่ให้ไม้ใหญ่อื่นๆ ขึ้นได้ง่ายขึ้น
• แถมตัวมันเองยังเป็นอาหารของสัตว์มากมาย ต้นผล ทั้งต้น (ได้ข่าวว่าอีเห็นชอบมาก)
• ไม่ต้องกลัวครับ ปลูกป่าไม่ยากหรอก เรื่องกล้วยๆ
• เราจะปลูกในพื้นที่ของหมู่บ้านปางแดงใน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวปะหล่อง
• ชาวปะหล่องเป็นชนเผ่าหนึ่งที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างเข้มข้น
• เราจะปลูกร่วมกับชาวบ้าน ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก คุยกันไปปลูกกันไป ประหนึ่งรายการทุ่งแสงตะวัน
• แล้วก็จะได้เยี่ยมเยียนดูวิถีชีวิตที่เราไม่คุ้นตาในหมู่บ้านด้วย
• หากใครอยากลองหัดทอผ้าก็ยังได้
• สุดท้าย เราจะปลูกต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นร่วมกัน
• และพวกเราทุกคนจะฝังของ 1 ชิ้นและข้อความ 1 ข้อความรวมกันไว้ใน ‘แคปซูลเวลา’ ของพวกเรา
• อีก 10 ปีข้างหน้า พวกเราจะกลับมาขุดขึ้นมาดูกัน

กิจกรรมรอง
• กิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแสนสนุก
• กิจกรรมจี๊ดใจเพียบ
• กิจกรรมคัดสรร ทรงกลด สอนดูดาว
• ส่วนนิ้วกลม กับ ทรงศีล กำลังเตรียมการอยู่ว่าจะทำอะไรดี

คนที่เราจะได้เจอ
• พี่นิคม พุทธา นักปลูกป่าที่ใครได้คุยด้วยรับรองว่า แรงบันดาลใจในการดูแลโลกจะล้นปรี่
• ชาวมะขามป้อม คณะละครที่มุ่งมั่นในการนำเอาศาสตร์ของละครมาใช้พัฒนาชุมชน
• ชาวปะหล่อง กลุ่มชนเผ่าเล็กๆ ชาวไทย ที่ดีใจมากเมื่อรู้ว่าจะมีคนเมืองมาช่วยพวกเขาดูแลป่า
• และผู้ร่วมเดินทางทุกคน ที่เราเดาว่าเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกันแน่นอน

ที่ที่เราจะไป
• เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของโรงละครมะขามป้อม ซึ่งตั้งอยู่กลางนา ถัดจากนาเป็นบึงเล็กๆ และภูเขา ตอนกลางคืนก็นอนฟังเสียงกบร้องระงม ตื่นมาถ้าไม่โชคร้ายจนเกินไปก็น่าจะได้เห็นภาพหมอกล้อเล่นกับดอยหลวงเชียงดาว

ที่ที่เราจะนอน
• เป็นส่วนที่เรียกว่าเกสต์เฮ้าส์ของมะขามป้อม นอนรวมกันห้องละ 10 คน มีอยู่ 3 ห้อง ส่วนนี้สำหรับผู้หญิงครับ
• ส่วนผู้ชายก็มานอนรวมกันที่โรงละคร
• มีหมอน ผ้าห่ม และมุ้ง ให้ครับ
• ห้องน้ำ+สุขาในโซนของผู้หญิง มีอยู่ 6 ห้อง สะอาดสะอ้าน ถึงขนาดมีเครื่องทำน้ำอุ่น
• โซนผู้ชายมีห้องน้ำอีก 4 ห้อง

อาหารที่เราจะได้กิน
• อาหารท้องถิ่นง่ายๆ แต่มีเสน่ห์
• ไม่ขนาดกินอยู่อย่างราชา แต่ว่าก็ไม่ถึงขั้นยาจก

เรื่องที่เราควรจะรู้
• ทริปนี้สมบุกสมบันพอควร
• อาจถูกรบกวนด้วยยุงได้ (โอกาสสูงด้วย)
• ที่นี่ไม่ค่อยจะมีสัญญาณโทรศัพท์ และไม่มีเครื่องปรับอากาศ

วิธีการสมัคร
• ทริปนี้เรารับ 30 คน
• เราจะคัดคนโดยการดูจากคำตอบในจดหมายสมัคร
• ผู้สมัครต้องเขียนแนะนำตัวเอง (ขอเบอร์โทรติดต่อด้วยนะ) และเหตุผลที่อยากร่วมทริปนี้ ภายใน 1 หน้า A4 ขนาดตัวหนังสือ 14 p.t.
• ส่งมาที่ zcongklod@yahoo.co.uk, roundfinger2547@yahoo.com และ yoopeeup@hotmail.com (ส่งทั้ง 3 อีเมลเลยนะครับ)
• หมดเขตส่งวันที่ 18 เม.ย. 51
• ประกาศผลวันที่ 24 เม.ย. 51 ทาง www.lonelytrees.net, http://roundfinger.wordpress.com และ http://songsin.exteen.com
• สนนราคาค่าเดินทางครั้งนี้คือคนละ 2,500 บาทไทย จ่ายตังค์กันวันไปที่หัวลำโพง
• ในกรณีที่ทริปนี้ใช้เงินน้อยกว่าที่เก็บมา เราจะบริจาคเงินที่เหลือสมทบทุนโครงการปลูกป่าของที่นั่นครับ

ไฮไลท์
• การเดินทางคราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะว่า ทรงกลด นิ้วกลม และทรงศีลจะช่วยกันเขียนบันทึกการเดินทางคราวนี้ขึ้นมาเป็นหนังสือ 1 เล่ม
• ผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ย่อมปรากฏกายในหนังสือของเรา
• และแน่นอนว่า เราจะชวนทุกคนมามีส่วนร่วมในการก่อร่างสร้างหนังสือเล่มนี้ด้วย
• มันคือบันทึกการเดินทางที่พวกเราทุกคนเป็นเจ้าของครับ พวกเราแค่เป็นคนเล่าเท่านั้นเอง

:D

และ สำหรับท่านที่คิดว่า อู้ยยยย ทริปนี้แม่งต้องถึกแน่ๆเลย

ท่านไม่ต้องกังวลครับ เพราะคนที่กระแดะที่สุดในทริปนี้ ... ย่อมเป็นผมอย่างแน่นอน!!

ผมได้เตรียมอุปกรณ์ยังชีพเช่น  กระดาษซับมัน ครีมกันแดด ร่มยูวี หมวกและรองเท้าคาวบอย รวมไปถึงแว่นกันแดดรูปแบบต่างๆ และยากันยุงเอาไว้แล้ว พร้อมพกความโบฮีเมี่ยนไปเต็มกระเป๋า ท่านสามารถมาร่วมหลบแดดใต้ร่มยูวี และใช้ครีมกันแดดกับผมได้ตลอดเวลา!! เพราะถึงกลัวแดดกลัวร้อนกลัวถึก แต่ก็อยากไปเที่ยววววว ฮ่า

หวังว่าจะได้ร่วมเดินทางด้วยกันครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากไปมากเลยคะ แต่เสียดายว่าไม่ว่าง
โครงการนี้ดีจริงๆเลยได้ไปปลูกป่า แถมยังได้เที่ยวด้วย
เสียดายมากๆๆๆๆๆๆๆ
ส่วนคนที่ไม่ได้ไปก็ไปเที่ยวงานสถาปนิก '51 UNPLUGGED : อันผลักสู่สามัญ
29 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2551 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี
แทนก็ได้นะคะ
.....วันสุดท้ายของงานหนังสือนะค่ะดีใจมากๆๆเลย
ได้เจอพี่ตัวจริงๆๆ แถมได้มีโอกาสขอลายเซ็นพี่ด้วย
ไว้มีโอกาสอีกเราคงได้เจอกันนะคะ
..ชอบงานพี่มากเลยคะ..

#51 By kanita (118.174.141.38) on 2008-04-19 05:54

ถ้าไม่คิดบวชผมไปแล้วนะเนี่ย เหอๆ

ไงขอให้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับทริปนี้นะครับวัยรุ่น

#52 By เจี๋ย (124.121.2.2) on 2008-04-21 04:49

อยากไปด้วยจัง

แต่ส่งไม่ทันแล้วอ่ะ

เหอๆ

รอโอกาสหน้าล่ะกันเนอะ

sad smile

#53 By kung^o^ (58.8.96.72) on 2008-04-21 21:17

อยากไปอ่ะ แต่มะมีเงินฮือๆ

#54 By fangkhaow on 2008-04-24 23:38

จะมาชวนเว็บค่ะhttp://www.dekyim.orgbig smile

#55 By dekyim min (118.172.72.165) on 2008-04-25 12:59

ช่วยเข้าเว็บด้วยค่ะhttp;//www.dekyim.com

#56 By dekyim_min (118.172.69.67) on 2008-04-25 16:14

f649e7a72d48920532165ed990ac1bd0

#57 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-06-09 14:25