posted on 27 Aug 2010 00:29 by songsin
ขาวดำ
เรื่องและภาพ จากเจ็ดนักวาดเขียนไทย
ร่วมด้วย
.
.
.
เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์
ทรงวิทย์ สี่กิติกุล
สุทธิชาติ ศราภัยวาณิช
ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์
วีระชัย ดวงพลา
ไตรภัค สุภวัฒนา
บรรณาธิการ
โดย
ทรงศีล ทิวสมบุญ
โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
เร็วๆนี้.
posted on 24 Aug 2010 23:53 by songsin
ความคิดถึงเป็นเรื่องแปลก มันสามารถรวมเอาความรู้สึก
และรายละเอียดของความคิดคำนึงสารพัดเอาไว้ด้วยกันเป็นแพ็คเกจ
และบางครั้งก็แยกออกจากกันยากเสียด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด
คงไม่มีใครที่ไม่เคยรู้สึกคิดถึงใครหรืออะไรเลยสักครั้งในชีวิต
หากความคิดถึงเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มันคงล่องลอยในอากาศเหมือนผีเสื้อหลากสี และมีให้เห็นทุกแห่งหน
ผีเสื้อสีเทาของผู้ชราใกล้สิ้นลมที่หวนหาอดีต
ผีเสื้อสีหวานเรืองรองของหญิงสาวอันมีจุดหมายปลายทางถึงคนรัก
อาจมีแม้แต่ผีเสื้อประหลาดยากจำแนกสีสัน
อันถือกำเนิดจากความคิดถึงซึ่งใครบางคนมีต่อศัตรูคู่แข่งที่หายจาก
วันนี้ ท่ามกลางผีเสื้อพิสดารล้านสีสัน
ของความคิดถึงคะนึงหาเหล่านั้น
ยังมีผีเสื้อของผมอยู่ด้วยตัวหนึ่ง
สีสันของมันไม่โดดเด่นสะดุดแต่อย่างใด
ทั้งยังบินวูบไหวเชื่องช้าไม่เป็นเวล่ำเวลา
ราวกับไม่เร่งร้อนโหยหาจะไปถึงจุดหมายเท่าไรนัก
ถึงกระนั้น หลายเดือนที่ผ่านมา
ผีเสื้อแสนธรรมดาตัวนี้
ก็ปรากฏตัวบ่อยครั้งเหลือเกิน
ด้วยเพราะมันถือกำเนิดจากความคิดถึงต่อดินแดนแห่งหนึ่ง
ซึ่งผมเคยไปเยือนเพียงระยะเวลาสั้นๆ
แม้ในขณะที่ผมกำลังเขียนข้อความเหล่านี้
เจ้าผีเสื้อก็ยังขยับปีกวิบวับไปมาอยู่รอบตัวอย่างไม่รู้เบื่อ
… ผมกำลังคิดถึงประเทศญี่ปุ่น
สถานที่บางแห่งซึ่งเคยเยี่ยมเยือนนั้น อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของเราโดยไม่รู้ตัว ....
หลายเดือนก่อนหน้านี้ ผมและมิตรสหายอีกสามคน
ต่างมีความปรารถนาเข้าขั้นใฝ่ฝันตรงกันประการหนึ่งคือ
อยากไปสัมผัสประเทศญี่ปุ่นด้วยตนเองให้ได้ในเวลาอันใกล้
วันหนึ่ง ด้วยทุนทรัพย์ที่เก็บหอมรอมริบ ประกอบกับจังหวะเวลา
ซึ่งแม้จะทุลักทุเลบ้างแต่ก็พอเป็นไปได้ พวกเราตัดสินใจว่า
จะเดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการตัดสินใจ
คือการพูดคุยถึงสารพัดสิ่งที่แต่ละคนอยากจะไปสัมผัสในเวลาสิบวัน
และการเตรียมตัวต่างๆที่เราต้องทำ สิ่งหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ก็คือการทำ วีซ่า นั่นเอง
เราเริ่มต้นด้วยการหาตัวช่วยเป็นจดหมายของผู้ที่เคยทำวีซ่าไปญี่ปุ่นมาแล้ว
เพื่อดูว่าเขาเขียนอะไรกัน จะได้ลอกบ้างดัดแปลงบ้างไปตามประสาคนไม่เชี่ยวภาษาอังกฤษ จดหมายตัวอย่างนั้นหาไม่ยาก แต่เมื่อได้มาแล้ว แทนที่จะเขียนๆไปตามประเพณีวีซ่า
ผมดันเกิดสปิริตผิดที่ผิดเวลาขึ้นมา จนทำให้ต้องเขียนจดหมายขอวีซ่าอยู่สองรอบ
จดหมายภาษาอังกฤษร่างแรกเพื่อขอวีซ่าไปญี่ปุ่นนั้น ผมโยนสติกับกาละเทศะทิ้งไว้ข้างโต๊ะ
แล้วเขียนด้วยภาษาเหมือนคุยกับเพื่อน น้ำเสียงของจดหมายลิงโลดกันเองสุดขีด
คำขึ้นต้นคือการทักทายเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า konijiwa! ตามมาด้วยเนื้อหาแสดงความอยากไปญี่ปุ่นด้วยเหตุผลนานานับประการจากผู้เขียน จนไปพีคเอาตรงประโยคที่ว่า
… because japannese is my dreamland ! …
เขียนเสร็จก็รู้สึกจั๊กจี้กับจดหมายตัวเองอยู่บ้าง แต่ไหนๆก็เขียนแล้ว เอาเป็นว่าเน้นจริงใจ
จึงส่งไปให้มิตรสหายร่วมทริปลองอ่าน คำตอบที่ได้คือมิตรสหายล้วนขบขันกับข้อความในจดหมายของผมและสรุปว่า กันเองไปไหมวะ?
ในที่สุด ด้วยความหวั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตจะเข้าใจผิดคิดว่าผมเขียนไปแซวเล่น จึงตัดสินใจแก้จดหมายให้เป็นทางการด้วยบรรยากาศเมนสตรีมจนไม่เหลือเค้าเดิม ซึ่งหลังจากผ่านขั้นตอนทั้งหลายแหล่ที่สถานทูตญี่ปุ่น วีซ่าก็ได้มาไม่ยากเย็นนัก แต่ยังแอบคิดว่าถ้าส่งร่างแรกไปจะเป็นยังไงหนอ อยากรู้เหมือนกันว่าจะได้สักกี่ฮา แต่สรุปว่าไม่เสี่ยงดีกว่า เดี๋ยวไม่ได้ไปดรีมแลนด์ ....
(ไว้ว่างๆจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ^^)
ปล. รูปทั้งหมด คือเมือง คามาคุระ
เมืองที่เต็มไปด้วย วัด ภูเขา เท็งกุ ของเล่นไม้ และ ราเม็งเห็ดรวมแสนอร่อย.